5/31/2554

เปิดร้านขายเสื้อผ้ามือสอง

ธุรกิจขาย “เสื้อผ้ามือสอง”มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจเสื้อผ้ามือสอง “ราคา” ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกระตุ้นกำลังซื้อให้เกิดขึ้น คนที่คิดอยากจะทำธุรกิจขายเสื้อผ้านำไปต่อยอดสร้างงาน สร้างรายได้ นั้นมีมากมาย

ร้านเสื้อผ้ามือสอง
ภาพจากwomen.mthai.com
ปัจจุบันนี้คนหันมาซื้อเสื้อผ้ามือสองกันมากขึ้น แต่เสื้อผ้าที่เรานำเข้ามานั้นก็ไม่ใช่มือสองเสียทั้งหมด ส่วนหนึ่งจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์เนมคุณภาพดีที่ทางเมืองนอกโลสต็อก และยังไม่ได้ใส่ก็มีเรียกว่าคละๆ กันไป รวมทั้งเกรดเสื้อที่มีตั้งแต่เอ, บี และซี สำหรับคนที่คิดจะทำธุรกิจเสื้อผ้ามือสองตอนนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดี เศรษฐกิจอย่างนี้ขายง่าย โดยเฉพาะทำเลตลาดนัดที่มีผู้คนเดินพลุกพล่านจะขายดีมากๆ
เสื้อผ้าแฟชั่นที่คุณธณภณนำเข้ามาเป็นเสื้อผ้าทั่วๆ ไป ที่ทุกเพศทุกวัยสวมใส่ได้ อาทิ เสื้อแขนกุด, เสื้อแขนสั้น, เสื้อแขนยาว, กางเกง, กระโปรง, กางเกงยีนส์ชายหญิง, กระโปรงยีนส์, เสื้อกันหนาว, แซ็ค, สูท, เสื้อผ้าเด็ก ฯลฯ หากสนใจทำธุรกิจ สามารถติดต่อได้โดยตรงเพื่อจะได้เข้ามาดูแบบ พิจารณาคุณภาพ และเลือกสินค้าไปขายด้วยตัวเองที่โกดังเก็บเสื้อผ้าย่านรามอินทรา ที่มีเสื้อผ้าให้เลือกมากกว่า 1 แสนตัว ด้วยราคาสินค้าขั้นต่ำเฉลี่ยตัวละ 30 บาท
ธุรกิจนี้ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก ซับซ้อน ลงทุนซื้อเสื้อผ้าไปวันไหน ก็สามารถขายได้เงินวันนั้นเลย

กรณีไม่สะดวกจะเดินทางมาดูสินค้าด้วยตัวเอง ก็ยังมีอีกช่องทางหนึ่ง คือ เว็บไซต์ www.thaiusedclothes.com ที่เขาใช้โชว์ภาพสินค้าเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เห็นถึงแบบ สีสัน และขนาดที่มี หากตกลงเจรจาธุรกิจกันสำเร็จ เขาจะจัดส่งสินค้าให้ตามต้องการ
จุดหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ประกอบการ นอกจากลงทุนง่าย ต้นทุนต่ำ กำไรสูง คือ คำแนะนำในการทำธุรกิจที่คุณธณภณมีให้โดยไม่มีกั๊ก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำทำเลเพื่อขายให้ตรงกับรสนิยมของกลุ่มเป้าหมาย การกำหนดราคา การจัดร้าน ตลอดจนเทคนิคการขายสินค้าให้ประสบความสำเร็จ
ธุรกิจนี้ไม่มีขั้นตอนยุ่งมาก ซับซ้อน ลงทุนซื้อเสื้อผ้าไปวันไหนก็สามารถขายได้เงินวันนั้นเลย อย่างเสื้อผ้าแฟชั่นเกรดเอ ทำเลอย่างสีลมพลาซ่า ธนิยะ หรือซอยละลายทรัพย์ถือว่าเหมาะ ส่วนเสื้อผ้าเกรดบีลงไป ถ้าโชคดีมีรถส่วนตัว ก็ลงทุนเสื้อผ้า 3,000 บาท จำนวน 100 ตัว ขนไปขายตามที่ต่างๆ แล้วก็ซื้อราวแขวนเสื้อสักพันกว่าบาท หรือง่ายๆ เลย คือ ปูผ้าวางเสื้อขายตามตลาดนัด ซึ่งปัจจุบันแทบไม่มีตลาดนัดแห่งใดที่ไม่มีเสื้อผ้ามือสองขาย สำหรับอุปสรรคในการค้าขายตอนนี้ ผมว่าบางคนยังเข้าใจผิดคิดว่าเสื้อผ้ามือสองนั้นสกปรก ไม่มีของดี ไม่มีดีไซน์ ซึ่งความจริงแล้วจะเหมารวมว่าเสื้อผ้ามือสองเป็นอย่างนั้นเสียทั้งหมดก็ไม่ได้
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่เห็นว่าผู้ประกอบการขายเสื้อผ้ามือสองต้องมีบ้าง คือ ความรู้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในเรื่องทำเลสถานที่ที่จะขาย ความรู้ในตัวสินค้า เช่น ราคาคร่าวๆ ของเสื้อผ้าในแต่ละยี่ห้อ ซึ่งจะมีผลต่อการตั้งราคาขาย บางคนซื้อสินค้าเกรดเอไป แล้วเอาสินค้าไปขึ้นเว็บไซต์ ระบุแบรนด์ รุ่น ขนาด และราคาขายของเสื้ออย่างสมเหตุสมผล ก็ขายได้ราคาดี”
คุณธณภณแนะนำเทคนิคการทำกำไรจากการขายเสื้อผ้าจำนวน 100 ตัวอย่างง่ายๆ ว่า 50 ตัวแรก ขายราคาตัวละ 100 บาท เพียงเท่านี้ก็ได้ทุนคืนและกำไรเล็กๆ น้อยๆ แล้ว ส่วนอีก 50 ตัวที่เหลือจะขายราคาเท่าไหร่ก็ย่อมได้ จะมากหรือน้อยก็หมายถึงกำไรที่จะเพิ่มพูนในกระเป๋านั่นเอง
ยิ่งถ้าลงทุนสั่งซื้อเสื้อผ้าที่แพ็คไว้เป็นก้อนใหญ่ประมาณ 8,000 บาท ที่มีเสื้ออยู่จำนวน 600 ตัว ต้นทุนของเสื้อผ้าก็จะลดลงเหลือเพียง 10 กว่าบาทซึ่งเขาเชื่อว่าเงิน 8,000 บาทนั้น จะสามารถสร้างรายได้สูงถึง 20,000 บาทขึ้นไปทีเดียว โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดถือว่าน่าสนใจอย่างมากในเวลานี้
การค้าขายให้ประสบความสำเร็จมันต้องอาศัยระยะเวลาและความสนิทสนม ฉะนั้นเคล็ดลับการขายที่ผมอยากฝากไว้คืออย่าเอากำไรมาก แล้วจะขายออกง่าย ที่สำคัญลูกค้าคนนั้นจะกลับมาซื้อของคุณอีกในครั้งต่อๆ ไปด้วย
นอกจากเสื้อผ้ามือสองคุณภาพ สินค้าอื่นๆ เช่น รองเท้า กระเป๋า เข็มขัด เข้ามาทำตลาดเพิ่มด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเปิดร้านขายเสื้อผ้ามือสอง สามารถติดต่อได้ที่ โทร. 0-2973-1539 และ 08-6323-5334 หรือเข้าชมหน้าเว็บไซต์ได้ที่ :www.thaiusedclothes.com

5/23/2554

ข้าวเกรียบปากหม้อ

การทำข้าวเกรียบปากหม้อ ซึ่งเป็นของว่างของไทย ทีมีมาแต่โบราณ ทุกวันนี้เจ้าอร่อยๆ หากินยากแล้ว เป็นอาชีพที่น่าสนใจบางเจ้าทำแทบไม่ทัน บางครั้งอาจจะมีหน่วยงานต่างๆ สั่งทำทีละมาก ๆ ซึ่งบางครั้ง ทำไม่ทันกันเลยทีเดียว
แต่ต้องประมาณกำลังตัวเองไม่งั้นของจะไม่มีคุณภาพเสียชื่อ เสียลูกค้าได้ เช่นกัน อุปกรณ์ ที่ใช้ขายก้ไม่มาก ลงทุนไม่สูง โต๊ะ 1-2 ตัว ร่ม 1 คัน กลายเป็นร้านมีหลังคาแน่นหนา ละเลงแป้งลงบนผ้าที่ขึงบนปากหม้อเป็นผ้าโทเรและต้องขึงให้ตึง หม้อที่ใช้เป็นหม้อดินต้มน้ำให้เดือดไอน้ำเป็นตัวทำให้แป้งสุก เริ่มต้นง่ายๆรายได้งามๆ จากอาชีพที่คิดว่าจะลองทำเล่น ๆ เมื่อว่างจาก อาจจะกลายเป็นอาชีพหลักไปเลยทีเดียว เพราะข้าวเกรียบปากหม้อขายง่าย ข้าวเกรียบปากหม้อมีทั้งไส้แบบสาคูไส้หมู (ทั่วๆไป)กับแบบไส้ผัก (เหมือนขนมกุยช่าย)ทั้งสองแบบใช้ไส้เหมือนกัน แต่ไส้ผักมีน้ำจิ้มเหมือนที่ก็นกับขนมกุยช่ายเราลองมาดูซิว่า สูตรข้าวเกรียบปากหม้อวันนี้ มีอะไรกันบ้าง


ข้าวเกรียบปากหม้อ

ขอบคุณภาพจากayishere.com

ข้าวเกรียบปากหม้อไสัหวาน
มีส่วผสมดังนี้
หัวผักกาดเค็ม (หัวไชโป๊ว) สับ 3 กิโลกรัม
หอมแดง 1/2 กิโลกรัม
น้ำตาลปี๊บ 3 กิโลกรัม
ถั่วลิสง 3 กิโลกรัม
รากผักชี 2๐ ราก
น้ำมันพืช 1/2 ลิตร่

วิธีการทำ
1. หัวผักกาดเค็มให้ซื้อแบบที่สับมาแล้วเพราะจะได้ไม่เสียเวลามานั่งสับเอง สับเองจะใช้เวลามากใช้
ถั่วลิสงต้องซื้อมาคัดเอง เอาเปลือกออก ยอมเลยเวลาหน่อย จะได้ถั่วทีใหม่ หอม และอร่อยกว่า เพราะถั่วที่ซื้อตามร้านบดมา
แล้วเป็นถั่วเก่าอาจจะคั่วทิ้งไว้เป็นเดือนแล้วก็ได้ ทีสำคัญถั่วเก่ามีสารก่อมะเร็ง ไม่อร่อยแถมยังอันตรายอีก
2.นำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำมันเจียวหอมแดงที่หั่นกับรากผักชีตำละเอียด ผัดให้เหลือง ตามด้วยหัวผักกาดเค็ม น้ำตาลปี๊บ ใช้เวลาเคี่ยวนาน 3-4 ชั่วโมง รอจนน้ำตาลละลายและเคี่ยวจนแห้ง
ลองชิมรส เพราะหัวผักกาดเค็ม จะมีรสไม่มาตรฐาน หวาน เค็ม ไม่เท่ากันในแต่ละถุง ไส้ผัดทิ้งไว้ 1 คืน ก่อนนำออกขาย
เพราะหัวผักกาดเค็มจะนุ่มกว่าที่จัดเสร็จใหม่ ๆ ถั่วลิสงที่คั่วไว้นำมาบุบไม่ต้องละเอียด ก่อนออกขายจึงผสม หากผสมทิ้งไว้จะทำให้ถั่วชื้นและเหนียว ไส้หวานต้องกิน
กับผักชี ผักกาดหอม พริกขี้หนู ระหว่างที่จัดเรียงใส่ถาดโรยด้วยกระเทียมเจียวที่ไม่มีน้ำมันจะหอมอร่อย ถ้ากลัว
ขนมจะติดกันเป็นพรืด เมื่อแคะขึ้พาให้แช่ในน้ำมันพืชสักครู่ แล้วนำมาวางพาชนะที่มีร่อง เพื่อให้สะเด็ดน้ำมันสะเด็ด

ข้าวเกรียบปากหม้อไส้ผัก
ส่วนผสม
หมูสับ 500 กรัม
ผักกุยช่าย 2 กิโลกรัม
กระเทียมสับละเอียด 500 กรัม
เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

วธีทำ
1.นำหมูลงผัดในกระทะ หลังเจียวกระเทียมจนเหลือง จากนั้นใส่ผักที่หั่นท่อน ประมาณครึ่งเซนติเมตร
2.ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล ที่ใส่เกลือแทนน้ำปลาเพราะน้ำปลาจะทำให้ผ้าแดงดูไม่น่ากิน และ
เกลือมีรสชาติดีกว่า ไส้ผักจะผัดวันตอวัน ผัดตอนเช้ามืดก่อนออกขาย หากผัดค้างคืนผักจะไม่หวาน และอาจเสีย

ส่วนน้ำจิ้มมีส่วนผสมดังนี้
ซีอิ๊วเค็ม ครึ่งขวด(ขนาด 20 ลูกบาศก์เซนติเมตร)
น้ำตาลทราย 500 กรัม
น้ำส้มสายชู 2/3ขวด (ขนาด 240 มิลลิลิตร)

น้ำจิ้มที่ผสมต้องชิมรสก่อน พริกที่ใช้มีทั้งพริกชี้ฟ้าและพริกขี้หนูสวน หากต้องการเผ็ดมากให้เพี่มพริกให้
มากขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องมีผักเป็นเครื่องเคียง คือถั่วงอก ไม่ต้องนำไปลวกเพียงแต่วางบนปากหม้อแล้วใช้ฝา
ครอบ ประมาณ ครึ่งนาที จะได้ถั่วงอกที่สุกและกรอบพอ

ส่วนตัวแป้ง แป้งทีละลายบนปากหม้อ มีส่วนผสมง่าย ๆ

ส่วนผสมตัวแป้งข้าวเกรียบปากหม้อ

1.แป้งข้าวเจ้าต่อแป้งมันสำปะหลังต่อน้ำ ในอัตรา 1:1 เมื่อละเลงบนปากหม้อต้องมีฝาครอบ หากไม่มีฝาครอบแป้งจะด้านใช้ไม่ได้ เวลาที่ใช้จะเป็นเวลาที่พอดีกันทั้งสองหม้อ
คือ แคะหม้อหนึ่งพร้อมละเลงแป้ง จะเป็นเวลาพอดีที่แป้้งของอีกหม้อหนึงใช้ได้ ฉะนั้น 2 หม้อ จะใช้ฝากครอบอันเดียว
หม้อที่ใช้เป็นหม้อดิน ต้มน้ำให้เดือด ไอน้ำเป็นตัวทำให้แป้งสุก ส่วนผ้าที่ขึงบนปากหม้อเป็นผ้าโทเร (ผ้าทีใช้ตัดเสื้อนักเรียน) และต้องขึงให้ตึง

ขนมจะน่ากินหรือไม่ ขั้นตอนการจัดวางมีส่วนอยู่มาก เหมือนกับข้าวกับปลาหากมีผักชีโรยหน้าจะดูดีกว่า
โล้น ๆ ข้าวเกรียบปากหม้อก็เช่นกัน ไส้หวานให้โรยด้วยกระเทียมเจียว แต่งหน้าด้วยผักชี ผักกาดหอม และพริก ส่วนไส้ผักให้ใช้ถั่วงอกบนถาดทับด้วยตัว
ปิดถาดด้วยพลาสติกใสป้องกันฝุ่นและดูน่ากิน

ราคาของขนมเท่ากันทั้งสองชนิดกล่องล่ะ 20-25 บาทขาดตัว ไส้หวานมี 10 ชิ้น ส่วนไส้ผัก 8 ชิ้นต่อกล่อง เพราะมีขนาดตัวใหญ่
กว่า ลูกค้าส่วนมากเป็นผู้ขับรถที่ผ่านไปมา คนละแวกนั้น และพวกข้าราชการในหน่วยราชการทีอยู่ไม่ไกล เช่น
ครูตามโรงเรียน ข้าราชการอำเภอ นักเรียน พนักงานออฟฟิศ และคนทั่วๆไป กินได้ทุกคน